น่าน

posted on 29 Jun 2011 10:03 by intangible-space

เขียน เรื่องนี้ไว้นาน เพิ่งจะเอาลง  เห็นข่าวน้ำท่วมน่าน ก็สลดไม่น้อยแต่เชื่อว่า ยังไงเดี๋ยวมันก็ผ่านไป คนไทยด้วยกันรักกันอยู่แล้ว  บางทีมันถึงเวลาจริงๆจังที่เราควรมองว่า ลุกล้ำธรรมชาติมากเกินไปมั้ย?

 

ขอเริ่มเลยละกันค่ะ

มีคนๆนึงเคยบอกชั้นว่า แค่เดินในตัวเมืองน่านก็มีความสุขแล้ว รวมถึง ดอยเสมอดาวนี่จับดาวได้เลย

จึงเป็นที่มาของทริปนี้...แอ๋น นอย เจ  กับทัวร์ที่เคยประทับใจ

ทัวร์นัด รถออก 19.30 ข้าพเจ้ารีบสุดฤทธิ์ สรุปกว่ารถจะออก 20.30 กรี๊ดดดดด

สำหรับทริปนี้ ตอนแรกจอง camping ไปแล้ว  แล้วไม่กี่วันก่อนจะออกเดินทาง

 ทัวร์โทรมาบอกว่า camping ไม่มีคนไป เลยโอนให้เราไปกับ trip รีสอร์ท
  
 โอ้วแม่เจ้า พาพวกอิชั้นเครียดไปตามๆกัน 
 
เพราะชีวิตไม่เคยติดหรู

แต่ก็ทำไงได้

 
 
 
 
 ที่แรก ดอยเสมอดาว  เมื่อรถเลท จากที่จะได้ดูทะเลหมอก และพระอาทิตย์ขึ้น ก็เป็นแค่เพียงฝัน 
  

 
ต่อจากนั้น มีเส้นทางศึกษาธรรมชาติ อ่านในโปรแกรมทัวร์บอกว่า
  
ป่าโปร่งโล่งสบาย เดินประมาณ 40 นาที

เรากับเพื่อนก็ชิลๆ สักพักเดินไปโคตรเหนื่อย  พลันให้นึกถึงภูกระดึง

 เดินไปผ่านเขตทางราบๆ ต้องไปเจอ หินแหลม!
  
 แต่เราชอบนะ ไม่เหนื่อยดี แต่เสี่ยง แล้วก็ลุ้นตลอดเวลา
  
ระหว่างทางเดิน  เจอก้อนกลมๆสีขาว 55
 
คุยกับเพื่อนว่า ขี้หมาหรอว่ะ  ทำไม หมามันหักโหมมาขี้ในที่สูงขนาดนี้ 
 
 แล้วพี่เจ้าหน้าที่เลยบอกว่า ขี้อีเห็นครับน้อง
 
กรี๊ดๆๆ ดีใจได้เห็นขี้อีเห็น 555

และแล้วในที่สุดเราก็ถึงจุด peak  คือเสาธง

มีความรู้สึกเสานี้สวยที่สุดที่เคยเห็นเลย 55
 
แหมก็ลำบากตรากตรำขนาดนี้   ที่ยืนนะจุดนั้นก็ไม่มี
 
ห้ามขยับไปไหนเด็ดขาด มีแต่สายตาที่มองวิวได้รอบๆ สวยดี ต้นไม้ เขียวๆ
 
 โอ้ย ชั้นรักภูเขา....

แล้วเราก็เดินทางไป  แพะเมืองผี

 วิวเจ๋งดี  เหมือนไม่ใช่เมืองไทย
 
 
แล้วเราก็ไปพักทานข้าวกลางวันที่ขุนสถาน ดินแดนที่คุณเดือนบอกว่า สวยงามยิ่งนัก
 
ไปถึงประมาณตอนบ่าย  โคตรหนาววววววว  เห็นคนกางเต๊นท์เยอะแยะ 
 
 
คงสวยอ่ะตอนกลางคืน
 
 มาที่นี่บังเอิญเจอพี่ฟ้าด้วย ดีใจๆ
 
แล้วสุดท้ายเราก็เดินทางกลับตัวเมือง
 
และร้านนี้ใจ๋เมือง
 
 
 
 ลุ้นตั้งนานว่าจะมีถนนคนเดินหรือเปล่า
 
 แล้วก็มี  แต่ถนนคนเดินเล็กมาก เดินหาซื้อโปสการ์ด และของฝาก
 
 
 
หายากมากกกกกกกก แต่ในที่สุดก็ได้มา  โปสการ์ดไม่ได้บ่งบอกว่าเป็นน่าน 
 
แต่ก็อย่างน้อยให้คนที่รับ ได้รู้ว่า...อยู่น่านแล้วคิดถึง...
 
 
วีรกรรมทำเพื่อเธอคืนนี้ฮามาก
 
เรารีบไป seven กับแอ๋น  ในขณะที่เจอยู่โรงแรม 
 
 แอ๋นถามเราว่า นอยเอากระเป๋าตังค์มาจากเจหรือยัง?
 
เราตอบโดยพลันว่า เอามาแล้ว ทั้งๆที่ไม่ได้ล้วงดู
 
พอไปจ่ายตังค์เท่านั้น แหละ กรี๊ดดดดดดดดด  ไม่มีกระเป๋าตังค์
 
แอ๋นเลยต้องวิ่งไปโรงแรมมาให้ ขอบใจนะเธอ
...คนเหนือใจดีขนาด555...
ตอนแรกเราชวนเพื่อนๆ ไปหาร้านเหล้า เพลินๆ แต่พอเอาเข้าจริง
 
สลบคาเตียง เพราะเดินป่าเมื่อเช้า 55

ไกด์นัดให้ตื่น 6โมง กินข้าว 7โมง และรถออก8โมง

เรากับเพื่อนแอบคิดว่า ทำไมกินข้าวตั้งชั่วโมงนึงวะ 
 
ก็เลยลงไป7.30 แอบโดนไกด์ กัดจิกไปหนึ่งดอก  เกลียดจริง
 
พอ 8โมงไปที่รถ  ไม่มีใครมา  ชั้นละเบื่อ
 
  ว่าแล้วถ่ายรูปรอดีก่า
 
 
 วันนี้โปรแกรมทัวร์เบาๆ เดินทางไปวัดพระธาตุแช่แห้ง
 
เป็นวัดประจำปีเถาะ  มาไหว้แทนแม่ข้าพเจ้า
 
 และวันพระธาตุเขาน้อย
 
 
แล้วก็เดินทางไปภูฟ้า  ตอนเดินทาง ทั้งหนาว ทั้งฝน 
 
 แต่วิวข้างทางจับใจยิ่งนัก อีไกด์ของเราถ่ายถนนตลอดเวลา 
 
โคตรฮา สงสัยจะมาทำถนน
 
บ่อเกลือ  กับชาเขียวแพงได้ใจ
 
 
คืนนี้เรามานอนกันที่ อ.ปัว  ตอนกลางคืนไปเดินถนนคนเดิน
 
ตอนแรกแอบคิดว่าคงจะเล็กกว่า ในเมืองน่าน แต่ที่ไหนได้
 
กลับน่าเดินกว่าและที่สำคัญ มีรำวง
 

ตอนแรกเรานึกว่าเป็นหนังกลางแปลง พอเดินไปดูเท่านั้นแหละ กด ไลค์เลย
 
...รอบต่อไปจังหวะบีกิน คุณแม่สมศรี เหมา 3รอบ.....รอบละ 2 บาท
 
 
ชอบมากกกกกกกก ยืนยิ้มกะเจ แอ๋น  กัน สักพัก
 
อีพี่ไกด์โทรมาตาม บ้าชะมัด ทั้งๆเหลือเวลาอีกครึ่ง ชั่วโมง
 
 แต่ลูกทัวร์คนอื่นบอกว่า
 
ไม่มีอะไร เลยอยากกลับ  เง่อ!
 
เห็นพวกเราเป็นเด็กเลยคิดจะทำอะไรก็ได้หรอว่ะ
 
จริงๆเราแก่กันแล้วนะ แต่แค่หน้าเด็กก็เท่านั้น

ไกด์บอกว่าพรุ่งนี้นัดรถออก 4.30 แพลนว่าไปดูพระอาทิตย์ขึ้นที่ดอยวาว

ตอนแรกจะปาร์ตี้รำวง กันในห้อง เลยไม่มีอารมณ์ นอน นอน นอน
 
ตื่นแต่เช้า สภาพ เบลอๆ ก็เลยเกิดเหตุการณ์ ฮา step 2
 
ด้วยความเจ้นของตัวเอง เลยหยิบถุงโรบินสันสีเขียว ใบโต ออกมาจากห้อง 
 
แต่ก็แอบบ่นเพื่อนสาวของข้าพเจ้า
 
แอ๋น เจ หอบอะไรมาเนี่ย??
 
แล้วแอ๋น กับ เจ ก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ไม่ใช่ของเรานะ!!
 
อ้าวแล้วมันของใครว่ะ 555555555 รองเท้าประมาณ 4คู่
 
ในถุงใบนั้น เจ้าของไม่ด่าตายแล้วหรอเนี่ย

4.30 รถออก สภาพมืดมาก แต่พวกเราก็นั่งร้องเพลงกันตลอดทาง  มีความสุขจัง

พี่ไกด์บอกพวกเราว่าครั้งที่แล้ว พระอาทิตย์ไม่ขึ้น
 
เราก็ไม่เคยคิดว่าเหตุการณ์นั้นจะเกิด กับเรา  สรุปฝนตก ทุกคนเลยนั่งดู กวน มึน โฮ ในรถตู้!
 
เราก็เลย แบกกล้องมารับฝน ถ่ายรูปเล่นดีกว่า  เพลินๆ
 
 
ซักพักพี่เค้าบอกว่า รถลงดอยไม่ได้ เพราะดินมันแฉะ  คงต้องรอก่อนประเด็นคือ ต้องรอนานแค่ไหนหว่า??
 
ก็เลยถ่ายรูป 10 ชอต วีดีโอ เพลิน จนไม่รู้จะเพลินยังไง
 
เลยได้เวลากลับ
 
เจ้าหน้าที่บอกว่า คงต้องนั่งกระบะ ลงไปก่อน ด้วยความชิล
 
เลยบอกว่า งั้นเดี๋ยวเดินไปก็ได้คะ
 
 เดินไปบรรยากาศดี  ไลค์อ่ะ
 
 
 
ทันใดนั้นเอง ก็มีคนเตือนว่า ให้ระวังทากนะ
 
เราก็แบบ แล้วทากมันเป็นยังไงอะพี่ จะได้ระวังตัวถูก
 
ก็มีแค่เสียงเงียบที่เป็นคำตอบ
 
สรุป  พอไปถึงที่หมาย  มีลูกทัวร์คนนึงโดนทากดูดเลือดไปหนึ่ง
 
เค้าเลยบอกให้พวกเราลองดู  เรากับ เจใส่ถุงเท้า
 
แต่แอ๋น  กรี๊ด เพื่อนชั้นโดนดูด ทากตัวโตประหนึ่งเห็บหมา
 
แอ๋นบอกว่าไม่รู้ตัวเลย  ถ้าไม่ดู ทากอาจจะตัวเท่าชี ไปแล้ว 555
 
ในขณะที่ทุกคนวี๊ดว้าย กับ ทาก  พวกเราก็ตื่นเต้น เพราะไม่เคยเห็น 55
 
ตอนยืนอยู่เห็นรถมอไซค์คันหนึ่ง แบกหมามาประมาณ 6-7 ตัว
 
ใส่ในถุงพลาสติก  อยากถ่ายรูปมาฝากผู้ชายชั้นจริงๆ 55โคตรน่ารักอ่ะ
(หมายถึงผู้ชายเรานะ 55)

จากดอยวาว มุ่งหน้าสู่ตัวเมือง แพลนต่อไปคือพิพิธภัณฑ์ แล้วที่นี่เองทำให้

เราได้รู้คำตอบว่า...รองเท้าที่เราแบกมามันคือของพี่ไกด์...
 

เค้าบอกว่า เค้าให้โรงแรมเชค วงจรปิด หาจนเครียด แต่พวกเราพูดได้ว่า
 
...เอ่อ เห็นมันอยู่บนรถอ่ะคะพี่....กร้าก
เข้ามาตัวเมือง ได้เวลานั่งรถราง
 
เวลาคงไม่ได้ หรือ อะไรซักอย่าง พี่ไกด์ เลยบอกว่า
 
ปั่นจักรยานรอบเมืองมั้ย?(หรือว่านี่เป็นแผนที่จะจีบเพื่อนเรา เฮ่อ)
ตกปากรับคำทันที  ปั่นจักรยานไปฝนตกมาสักพักก็หยุด เราเลยไปแว้นร้านกาแฟ  น่ารักดี
 
(ร้านอาหารกลางวันแนะนำ ร้านนี้ทำให้เราบังเอิญเจอพี่เล็ก 55)
 
ชอบชอตนี้มาก  ปั่นจักรยานเพลินนนนนนนนนนนนน
 
แล้วก็ได้เวลากลับ นั่งรถไปแพร่  ไปพระธาติช่อแฮ  มาไหว้แทนบิดาอิชั้น
 
ปกติไม่ค่อยได้ไปวัดตอนพลบค่ำ
 
อยากบอกว่า ชอบอ่ะ สวยๆๆๆ และใบเซียมซี 55
 
 
แล้วก็ไปกินข้าวเย็นก่อนเดินทางกลับ   ร้านนี้ ปลาอร่อยได้อีก
 
เดินทางกลับ  หลังจากเปิดกวนมึนโฮต่อจากเมื่อเช้า อีพี่ไกด์บอกว่า มีสิ่งเล็กๆที่เรียกว่ารัก...
 
กิ๊กรี้เพิ่งพูดถึงเรื่องนี้ให้เราฟังว่าชีชอบเหลือเกิน
 
เราก็เลยบอกพี่ไกด์ว่าจัดมาให้หน่อยคร่า
 
นั่งดูไปเฉยๆ แต่พอชอตนางเอกร้องเพลงง้อเพื่อน
 
โอ้วแม้เจ้า ทั้งสามนางหลังรถ ร้องไห้ก็เพลินมากกกกกกกก
 
แล้วก็ชอตรูปพัฒนาการของดอกกุหลาบในไดอารี่  มีคนมาทำให้นี่คงปลื้มตาย 55
 
แล้วแล้วก็ถึงกรุงเทพมหานคร 2.30

สำหรับทริปนี้  ไม่ประทับใจอะไรหลายๆอย่าง  รู้สึกถ่ายรูปน้อย

(เลยทำให้ Blog นี้ไม่ค่อยสมบูรณ์เท่าไร )
 
ไม่ได้มีความรู้สึกว่าวิวนี้พีคมาก
ไม่ได้เห็นทะเลหมอก 
 ไม่ได้เห็นทะเลดาว 
 แต่ก็ได้เห็นอะไรแปลกใหม่ 
 ฝนตกยามขึ้นดอย
เลยทำให้รู้ว่าลำบากมากๆ

แต่อยากบอกว่า มีความสุขที่เราได้เดินทางกับเพื่อนที่รัก

ไม่ว่าจะภาพที่ประทับใจ  หรือ เหตุการณ์แย่ๆ  เรา สามคน ก็พร้อมที่จะเดินข้างกันไป
 
แค่มองตาก็รู้ใจกันแล้ว
 
 
...แต่ไม่รู้จะขอบคุณ ไม่รู้ทำอย่างไร
 
ไม่รู้ว่าสิ่งไหนจะยิ่งใหญ่ควรค่าพอ
 
ที่ฉันได้จากเธอ ได้รักโดยไม่ต้องขอ
ได้รู้โดยไม่ต้องรอ ว่ารักคืออะไร...
 

edit @ 29 Jun 2011 12:57:45 by ..คน(ชอบ)เที่ยว...